วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ธุรกิจที่ฉันสนใจ

1.บทความ ธุรกิจที่ฉันสนใจ 
 AdSense สำหรับฺBlogของคุณ 
บล็อกเกอร์มีวิธีง่ายๆ ให้คุณสร้างรายได้จากบล็อกของคุณ AdSense คือโปรแกรมโฆษณาที่กำหนดเป้าหมายเนื้อหาของ Google ถ้าคุณใช้ AdSense คุณไม่จำเป็นต้องเลือกคำหลักหรือหมวดหมู่สำหรับโฆษณาของคุณ แต่เซิร์ฟเวอร์ของ Google จะพิจารณาว่าโพสต์ของคุณมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมากที่สุดแก่ผู้อ่านของคณ ตัวอย่างเช่น ถ้าบล็อกของคุณเป็นเรื่องเกี่ยวกับเบสบอล คุณอาจพบโฆษณาสำหรับ "ของที่ระลึกเบสบอลเมเจอร์ลีกถัดจากโพสต์ของคุณ ถ้าคุณเขียนบล็อกเกี่ยวกับภาพวาด คุณอาจพบโฆษณาสำหรับ "อุปกรณ์งานศิลป์" 
  
Image 
  
บล็อกเกอร์ขอรับสิทธิ์ในการเข้าถึงบัญชี AdSense ของคุณ เพื่อให้เราสามารถสร้างและแสดงรหัสของโฆษณาในหน้าเว็บของคุณโดยอัตโนมัติผ่านเครื่องมือการออกแบบและเทมเพลตของเรา ด้วยเหตุนี้ คุณอาจเห็นว่าบล็อกเกอร์นั้นได้รับรายได้ AdSense ของคุณคิดเป็น "0%" หมายความว่าคุณจะได้รับการคลิกหรือการแสดงผลในปริมาณเท่ากับที่ได้จากการสร้างรหัสโฆษณาจากบัญชี AdSense ของคุณนั่นเอง 
ในการดูพันธมิตรที่ขอรับการเข้าถึงบัญชี AdSense ของคุณ ตลอดจนส่วนแบ่งรายได้ที่เชื่อมโยงกัน โปรดลงชื่อเข้าใช้บัญชี AdSense คลิกที่แท็บ "หน้าแรกและเลือกแท็บย่อย "การตั้งค่าบัญชีและไปที่ "การเข้าถึงของบุคคลที่สามถ้าคุณเห็นลิงก์ "เปิดใช้งานการเข้าถึงถัดจาก blogger.com คุณต้องคลิกลิงก์นี้เพื่อที่จะสร้างโฆษณาด้วยเครื่องมือของบล็อกเกอร์ 
เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลือกและการตั้งค่าต่างๆ ของ AdSense ได้อย่างเต็มที่ เช่น การจัดการประเภทของโฆษณาที่ปรากฏในบล็อกของคุณ คุณสามารถ ลงชื่อเข้าใช้ไซต์ AdSense และทดลองใช้ตัวเลือกต่างๆ ในที่นี้คุณสามารถดูว่าโฆษณาของคุณสร้างรายได้มากเพียงใดและจัดการบัญชีของคุณได้ 
  2.แนวทางการทำธุรกิจ Online ให้ประสบความสำเร็จ 
 การลง Banner โฆษณาและ Google Ad 
ไม่แปลกที่ Website ใหญ่ๆ จะลง Banner เป็นป้ายๆ ลอยๆ ให้เรา Click แต่เดี๋ยวนี้ Blog ดังๆ หลายที่ก็มีลง Banner แล้วเช่นกัน ทั้งแบบที่เป็น Banner จาก Brand ใหญ่ๆ เอามาวางโฆษณา 
และแบบที่ใช้แผ่นป้ายของ Google Ad ซึ่งก็คือโฆษณาที่ Google เอามาลง 
แบบป้ายจาก Brand ก็รับเป็นตัวเงินกันไป ส่วนแบบ Google Ad จะได้เงินเมื่อผู้อ่าน Click ที่ป้าย 


3.ถ้าฉันอยากทำธุรกิจ Online ฉันจะทำธุรกิจอะไร 
     ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น จอภาพ CPU RAM อื่นๆๆ


ขั้นตอนการขาย

7 ขั้นตอน เริ่มต้นกับการขายของออนไลน์

เริ่มต้นอย่างไรกับการขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ ยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ สำหรับท่านใดที่ไม่เคยทำมาก่อนหรือท่านที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจนี้ ต้องบอกเอาไว้ก่อนเลยค่ะว่า การทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีอยู่สองอย่างด้วยกันคือ รุ่ง กับ ร่วง  อย่างไรก็แล้วแต่ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทุกธุรกิจไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ล้วนแล้วมีปัจจัยเสี่ยงกันทั้งนั้น มาดูสิว่าเริ่มต้นขายของออนไลน์ควรมีอะไรบ้าง
  1. แผนการตลาด
  2. งบประมาณ
  3. สินค้าที่จะนำมาขาย
  4. เว็บไซต์ขายสินค้า
  5. บริการชำระเงิน
  6. บริการจัดส่ง
  7. บริการหลังการขาย

1.แผนการตลาดออนไลน์

แผนการตลาดคือสิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจเป็นจุดชี้ชะตาได้เลยค่ะ ว่าธุรกิจของเราจะสามารถไปต่อได้หรือไม่ หากเราไม่มีแผนการตลาดที่ดีไม่มีการวางแผนไม่มีเป้าหมายที่กำหนด อนาคตในธุรกิจออนไลน์นั้นคงจบลงทันที ควรเริ่มต้นแผนการตลาดกันอย่างไรดี
  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน
  • มีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างเช่น ทำอย่างไรให้สามารถขายสินค้าของเราได้ เริ่มต้นด้วยการเปิดเว็บไซต์แล้วทำการโปรโมทสินค้าด้วยการใช้โฆษณาเป็นสื่อเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างนี้เป็นต้น
  • งบประมาณที่ใช้ในการปฏิบัติตามแผน
  • การประเมินแผน การตรวจสอบ และการปรับปรุง

2.งบประมาณลงทุน

ธุรกิจจะเติบโตขึ้นมาได้จะต้องมีเงินทุนสนับสนุน เรื่องงบประมาณคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้า สั่งซื้อสินค้ามาขาย ค่าใช้จ่ายในการเปิดเว็บไซต์ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาโปรโมทเว็บ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่ง นี่คือ งบประมาณที่เราต้องคำนึงถึงเสมอในการทำธุรกิจออนไลน์ (ต้นทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าธุรกิจนั้นๆ มีการแข่งขันกันสูง)

3.ควรเลือกสินค้าที่จะนำมาขายอย่างไร

เลือกขายสินค้าอะไรดี
ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ใครๆ ต่างถามกันนักกันหนาว่า จะขายสินค้าอะไรดี ขายของแบบไหน รับมาจากที่ใดราคาขายส่งกี่บาท บางท่านอยากขายแต่ไม่รู้จะขายอะไรดี ถ้าให้ตอบพูดแบบคนทั่วไปที่ตอบกัน ก็หาสินค้าที่เราถนัดหรือที่เราชอบมาขาย แต่ถ้าให้ตอบแบบนักการตลาดก็ต้องตอบว่า ตลาดต้องการอะไรก็ขายสินค้าตัวนั้นไป อย่างไรก็ตามทั้งสองคำตอบนี้เราควรจะมีเอาไว้ในการพิจารณาเลือกที่จะนำสินค้ามาขาย
[box color="white" icon="total_plan_cost"]ส่วนกำไร และต้นทุนเป็นอีกปัจจัยในการตัดสินใจที่จะนำสินค้ามาขายด้วย เพราะการขายของออนไลน์ไม่สามารถควบคุมราคาขายได้ จะเห็นได้ว่ามีการขายตัดราคากันเกิดขึ้นบ่อยๆ ตรงนี้ถ้าใครมีราคาต้นทุนของสินค้าต่ำๆ โอกาสที่จะอยู่รอดก็สูงค่ะ[/box]
เรื่องของสินค้า จริงๆ แล้วการขายสินค้าออนไลน์สามารถขายอะไรก็ได้ตามใจที่ต้องการ ตามความสะดวกของเรา จะเห็นได้ว่าสินค้าที่มีขายอยู่บนอินเทอร์เน็ตมีขายกันตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ มีทุกอย่าง รวมไปถึงสินค้าของมือสองด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้นหาดูได้เลยค่ะ มีทุกอย่างจริงๆ

4.เว็บไซต์ขายสินค้า

อันที่จริงเว็บไซต์ขายสินค้าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเว็บไซต์ของเราเพียงอย่างเดียวก็ได้ จะเห็นได้ว่าบางท่านไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเลยเพียงแค่อาศัย ขายของตามชุมชนเว็บบอร์ดต่างๆ แต่ที่นิยมใช้กันมากขึ้นคงจะหนีไม่พ้นเฟสบุ๊ค (Facebook) และคลิปวิดีโอ ยูทูป โซเชียลแคม ที่ทำคลิปรีวิวสินค้าเกี่ยวกับความสวยงาม เครื่องสำอาง สุขภาพ ฯลฯ ถ้าจะให้เจาะลึกไปกว่านี้คงอีกนานเอาไว้เขียนในหัวข้อบทต่อไปดีกว่านะค่ะ
เว็บขายของ
ที่มาของภาพ www.bantumweb.com
สำหรับท่านใดที่ไม่มีความรู้ เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์มาก่อนแต่พอใช้งานคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการ “เปิดร้านค้าออนไลน์” อยู่หลายเจ้าที่คอยให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่จะทำให้ท่านสามารถมีเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีความรู้ก็สามารถมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตัวเองได้
ผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
www.weloveshopping.com
www.lnwshop.com
www.taradplaza.com
www.bantumweb.com
5.บริการเรื่องการชำระเงิน
สำหรับการขายสินค้าออนไลน์นั้น มีขั้นตอนการชำระเงินอยู่หลายวิธีด้วยกัน อย่างเช่น การโอนเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ paypal visa  หรือผ่านทางตู้ ATM  , 7-Eleven ,บัตรเติมเงิน และเก็บเงินปลายทาง เลือกใช้วิธีใดก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของลูกค้าของเรา ว่าสะดวกชำระผ่านช่องทางไหนง่ายที่สุดเราก็ควรมีให้บริการ
6.บริการจัดส่งสินค้า
ส่งสินค้ากับไปรษณีย์ไทยการจัดส่งสินค้าทุกวันนี้มีการพัฒนาบริการรับส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผู้ให้บริการอยู่หลายเจ้าแต่ส่วนใหญ่ที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุดคือ ไปรษณีย์ไทย เพราะมีความสะดวกและรวดเร็วครอบคลุมทั่วประเทศ หากเป็นสินค้าที่มีความใหญ่โตคงต้องพึ่งพาบริการอย่างของ DHL หรือ fedex เพราะมีความรวดเร็ว ถ้าเป็นจังหวัดที่อยู่ติดๆ กัน สามารถส่งสินค้าผ่านทางขนส่งกับรถประจำทางซึ่งเป็นที่นิยมกันพอสมควร เพราะส่งสินค้าไม่เกิน 1 วันนับจากวันที่ส่ง ให้ลองไปติดต่อกับคิวรถกันดูก่อนนะค่ะ
7.บริการหลังการขาย
สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ไม่แพ้กว่าสิ่งอื่นใดก็คือเรื่องบริการหลังการขาย หรือก่อนขาย เพราะจะทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากเราไป รู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในผลิตภัณฑ์ทำให้เรายังคงมีลูกค้ารายเก่าอยู่ สินค้าบางอย่างเรื่องของราคานับว่าเป็นเรื่องที่รองลงมาจากการบริการ ตัวอย่างเช่น เราต้องการเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อที่ต้องการขายสินค้า แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเปิดกับเจ้าไหนดีเพราะมีบริการเปิดร้านค้าอยู่มากมาย ลองให้ท่านทำการส่งเมล์ไปดูหน่อยสิว่าแต่ละเจ้าใช้เวลาในการตอบจดหมายของเรากันกี่นาทีหรือเป็นชั่วโมง นี่คือตัวอย่างของการให้บริการก่อนการขายใครช้าเป็นอดค่ะ

ตัวอย่างบริการหลังการขายเป็นอย่างไร ง่ายๆ เมื่อทำการซื้อสินค้าไปแล้ว แต่มีปัญหาติดต่อไปแล้วนานมาก กว่าจะแก้ปัญหานั้นได้ บางเจ้าติดต่อไม่ได้เลยสุดท้ายคงต้องโบกมือลา บ๊าย..บาย.. ในที่สุด ถ้าไม่อยากให้ลูกค้าของเราเป็นเช่นนั้น ก็ควรใส่ใจเรื่องการบริการ ถึงลูกค้าไม่มีปัญหาอะไรก็ควรส่งอีเมล์ส่วนลด หรือทักทายไปบ้างก็ยังดี
อ้างอิง http://www.thaiarcheep.com/%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C.html